วันสุดท้ายของปี 2025

ก้าวแรกสู่โลกวัยทำงานของนิสิตวิศวะจุฬา ในวันที่ชีวิตยังไม่มีคู่มือการใช้งาน

ปีนี้น้องนอนดูพลุกับใครครับ :3

[1] ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน ถ้าไม่ได้ใช้ก็ลืมได้เสมอ

มีน้องหลายคน (ที่แปลว่า > 1 คน) ขอให้พี่เฉลยข้อสอบปลายค่ายสอวน. พี่เลยไปเปิดดูข้อสอบสักหน่อย ปรากฎว่าลืมไปเยอะเหมือนกัน ทั้งที่ข้อสอบพวกนี้ตัวเองเคยทำมาหมดแล้ว ทั้งปลายค่าย 1 ค่าย 2 TPhO สสวท ทำมาครบทุกปีตั้งแต่ 254x-2562 ปีไหนไม่มีเฉลยก็พยายามทำจนได้ แต่ไม่เคยจดเฉลยอย่างละเอียดไว้เลยสักปี เพราะคิดว่าตัวเองคงไม่ลืมหรอก ความเป็นจริงคือของที่ไม่ได้ใช้นาน ๆ ผ่านไปไม่กี่ปีก็ลืมแล้วครับ ไม่เว้นแม้แต่วิชาสุดโปรดของพี่อย่างฟิสิกส์

เพื่อนที่เคยเป็นผู้แทนศูนย์ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเมื่อก่อนตัวเองเก่งกว่านี้มาก พอเรียนจุฬาไปนาน ๆ ก็อืมม… เจอความรู้ใหม่ทับหัว ของเก่าก็ลืมหมดแล้ว คงต้องทบทวนอีกนานกว่าจะรื้อฟื้นมาได้ใหม่

[2] เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากวัยเรียนไปวัยทำงาน

ได้รู้ความจริงว่าชีวิตวัยทำงาน เวลาว่างแต่ละวันมันน้อยแค่ไหน เพื่อให้เห็นภาพ ปีนี้พี่ทำงานไป 2000++ ชั่วโมง 8 ชมต่อวัน 22 วันต่อสัปดาห์ 52 สัปดาห์ใน 1 ปี ในวัยเรียนหลาย ๆ คนอาจไม่ได้มีเรื่องให้โฟกัสเยอะ ทำให้เรียนได้อย่างเต็มที่ จะหนักก็หนักแค่เรื่องเรียนอย่างเดียว แต่พอก้าวเข้าสู่วัยทำงาน เราต้องรับผิดชอบหลายอย่างมากขี้น ที่หนักที่สุดคือคนที่ทำงานไม่ตรงสาย (เช่น พี่เอง55555) พี่ต้องเอาตัวรอดด้วยการหาเวลาว่างหลังเลิกงานมานั่งเรียนวันละ 1-2 ชม

เป็นข้อพิสูจน์ว่าการเรียนไม่ได้จบแค่ที่มหาลัย ทักษะที่จำเป็น 80% มหาลัยไม่ได้สอน และเราต้องมาเรียนรู้เองในวัยทำงาน ว่าแล้วก็จัดไปครับ udemy, coursera, youtube มีแต่คอร์สดี ๆ ทั้งนั้น

[3] ผลพวงจากการทำงานหนักคือปัญหาสุขภาพที่เริ่มโผล่มาให้เห็นประปราย ปวดทุกจุดของร่างกาย โดยเฉพาะตา มือ และคอ จนยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูไม่ได้แล้ว แต่ใช้วิธีวางบนโต๊ะแทนเพราะปวดมือ แม้จะพยายามออกกำลังกาย กินโปรตีนบ้าง กินสลัดบ้าง ก็ไม่เป็นผล ไม่แน่นะครับ นี่อาจเป็นสาเหตุอันดับ 1 ที่ทำให้เด็กเจน Z ไม่ทนงานก็ได้ ไม่เข้าใจเลยว่าคนอื่นทำงานเป็น 30-40 ปีโดยไม่ตายไปซะก่อนได้ยังไง

[4] การเขียนหนังสือยังคงเป็นงานอดิเรกที่รักที่สุดอยู่ แต่ละข้อที่เขียนใช้เวลามากกว่า 1 ชมในการอ่านซ้ำไปซ้ำมา และเกลาให้ประโยคสวยงาม น่าอ่าน ให้คนอ่านรู้เรื่องมากที่สุด สถิติสูงสุดตอนนี้คือเขียนข้อนึง 6 ชม และจะมากกว่านี้อีกหลายชั่วโมงถ้ารวมเวลาทำรูปและตรวจทานเข้าไปด้วย แต่พูดตามตรงว่ามันไม่ใช่งานที่เลี้ยงชีพได้ (ฮือ)

ปีนี้เขียนหนังสือไป 1 เล่มคือ Top Score A-Level Physics เป็นโปรเจกที่อยากทำตั้งแต่เมื่อ 5 ปีที่แล้วแต่โดน How to hack POSN Physics คั่นไว้ซะก่อน สำหรับพี่มันคือหนังสือเฉลย A-Level ฟิสิกส์ที่ดีที่สุดเล่มนึงเลย (เพราะมีแต่คนทำหนังสือแนวข้อสอบ55555)

ตอนนี้ยังคงหางานที่เป็น ‘อิคิไก’ อยู่ คืองานที่ทั้งชอบด้วยและได้เงินด้วย แต่สำหรับสุดยอด introvert แบบพี่ งานที่ชอบต้องมีคุณสมบัติว่าเป็นงานที่ทำคนเดียวได้ และติดต่อสื่อสารกับคนอื่นให้น้อยที่สุด ซึ่งงานแบบนี้… ไม่รู้จะมีรึเปล่า

[5] เริ่มทำเพจ Jamion Studio เป็นงานอดิเรก การทำเพจไม่ใช่งานที่ได้ ‘เงิน’ เหมือนงานประจำที่พี่ทำ แต่เป็นงานที่มีความหมาย สมัยม.ปลายและมหาลัยมีคนมากมายมาขอให้พี่สอน แต่พี่ปฏิเสธทุกรอบด้วยเหตุผลว่างานที่มหาลัยเยอะมาก เลยไม่มีเวลา แถมกลัวการคุยกับคนอื่นด้วย สุดท้ายการไม่สอนนั้นแหละ ทำให้ความรู้ค่อย ๆ หายไป จากที่ 1 TPhO ก็กลายเป็นคนธรรมดาที่ไม่สร้างประโยชน์อะไรให้กับโลกนี้ได้เหมือนกัน พี่ไม่อยากเป็นคนนั้น คนที่เก็บขุมทรัพย์ความรู้ไว้คนเดียว แต่จบมานอกจากจะทำงานไม่ตรงสายแล้ว ยังไม่แบ่งความรู้ให้ใครอีก😂

เลยเป็นที่มาของเพจและเว็บไซต์นี้ วันแรกที่เปิดเพจก็งงเหมือนกันว่ามีคนฟอลได้ไง แค่อยากแจกหนังสือ How to hack POSN Physics ที่เก็บไว้ที่บ้านเฉย ๆ แต่รู้ตัวอีกทีก็มีคนฟอลเกือบ 400 แล้ว ขอบคุณลูกเพจมาก ๆ ที่ยังคงติดตามอยู่

การทำเพจให้ความรู้หลายอย่างนอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน ทั้งการลงสตอรี่ การโพสต์ การยิงแอด การใช้ twitter tiktok (ขอโทษที ปกติไม่เล่น tiktok ไม่ลงสตอรี่ ไม่โพสต์ facebook โดยเฉพาะ ig ส่วนตัวนี่จำนวนโพสต์เป็นศูนย์เลย) การทำเว็บไซต์ เช่า hosting เช่า domain การตัดคลิปวีดีโอ อะไรที่ไม่เคยทำก็ได้ทำ และในอนาคตรายการนี้คงจะเพิ่มไปเรื่อย ๆ

[6] โฟกัสคือสิ่งสำคัญในยุคนี้

เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนในยุคนี้ไม่มีค่อยมีโฟกัส เพราะสิ่งล่อตาล่อใจมันเยอะเหลือเกิน โซเชียลมีเดียเด้งแจ้งเตือนตลอดเวลา จะปิดก็ปิดไม่ได้ เพราะอาจจะพลาดข้อมูลข่าวสารสำคัญไป พี่ก็เป็นเหมือนกัน สมัยก่อนโฟกัสง่ายมาก เพราะทั้งชีวิตไม่มีอะไรนอกจากฟิสิกส์ แถมครูไม่ได้สั่งงานทางไลน์ด้วย55555 ไม่มีการเข้า mycourseville เพื่อไปส่งงานอะไรทั้งนั้น (เด็กจุฬาเขารู้กัน) ตอนนี้โฟกัสแย่กว่าเมื่อก่อนนิดหน่อย พอ AI เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน รู้สึกเหมือนเป็นคน ‘รอ’ ไม่ได้ จะทำอะไรก็ต้องรวดเร็ว ฉับไว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เลยพยายามเปลี่ยนตัวเองด้วยการหาเวลา deep work ไปกับคอร์สเรียน หรืออ่านหนังสือประมาณ 1-2 ชั่วโมง

ขอบอกเลยว่าใครโฟกัสได้ในยุค AI แบบนี้คงก้าวหน้ากว่าคน 99% ที่เหลือแน่

[7] การเที่ยวช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ

ปี 2025 ได้ไปเที่ยวด้วยตัวเองครั้งแรก ได้เปิดหูเปิดตา เห็นวิถีชีวิตคนแต่ละที่

ที่ญี่ปุ่นคนดูมีระเบียบ ไม่ข้ามถนนตอนสัญญาณไฟเป็นสีแดง ทั้ง ๆ ที่ซอยกว้างแค่ไม่กี่เมตร และไม่มีรถยนต์สักคัน แต่ขณะเดียวกันก็เร่งรีบเหมือนคนตื่นไปทำงานสายตลอดเวลา ที่ชิบูย่ามีหลายคนที่เดินเร็วพอ ๆ กับพี่ ซึ่งประหลาดมาก เพราะที่กรุงเทพ แทบไม่เจอใครที่เดินเร็วเลย

ที่จีน สูบบุหรี่กันเยอะมาก มีควันบุหรี่แม้กระทั่งในโรงแรม คนดูไม่เป็นระเบียบวินัย แซงคิวกันไปมา แบบว่ามีแถวแต่ก็ยังแซงกันเป็นเรื่องปกติ (โดนกับตัว เศร้ามากครับ) บนถนนบีบแตรเป็นเรื่องปกติเหมือนกัน ถ้าเป็นประเทศไทยนี่ไม่อยากจะคิด บีบแตรอาจเท่ากับตาย55555 แต่จีนก็ไม่ได้มีแต่ข้อเสียนะ บรรยากาศโดยรวมถือว่าดี เย็นสบาย น่าเที่ยว ผู้คนเป็นมิตร ยกเว้นห้องน้ำสาธารณะ

ส่วนต่างจังหวัดในไทย ไม่ค่อยเห็นความแตกต่างกับกรุงเทพเท่าไหร่นัก แค่รู้สึกแปลกตาที่มันดูโล่ง ๆ ไม่ค่อยเห็นตึก หรือห้างเรียงติด ๆ กันเหมือนในกรุงเทพ ตอนกลางคืนไม่ค่อยสว่าง เวลาทุ่มสองทุ่ม ถนนดูมืดไปหมด อาจเป็นเพราะคนปิดไฟเข้านอนไว อีกอย่างคือไม่เห็นรถเมล์เลย แท็กซี่ก็มีน้อย อันนี้วิเคราะห์มั่วทั้งนั้นเลยนะเนี่ย พี่ไม่รู้จริง ๆ ว่ารถเมล์มีเฉพาะกรุงเทพรึเปล่า ใครรู้ช่วยบอกหน่อยนะ

เป็นการ recap 2025 สั้น ๆ คิดว่าเพจและเว็บไซต์นี้ก็คงจะดำเนินต่อไปจนกว่าความรู้ฟิสิกส์ในหัวจะหมด อาจจะโพสต์ไม่บ่อยนัก แต่ตั้งใจทำเสมอ

แล้วเจอกันใหม่บทความหน้า

สวัสดีปีใหม่ 2026 ค้าบ🥳