เทพเจ้าแห่งการอ่านหนังสือ แต่ไม่ลงมือทำ

คะแนนไม่ได้มาจากจำนวนหน้าที่อ่าน แต่มาจากจำนวนโจทย์ที่ลงมือทำ

พี่เคยเป็นโรคบางอย่าง อ๋อ ไม่ใช่โรคร้ายแรงอย่างเบาหวานหรือไข้เลือดออกหรอกนะครับ แต่เป็นโรคที่พี่เรียกว่า โรคผัดวันประกันพรุ่งจากการอ่านหนังสือ อาการของโรคเป็นดังนี้

1. เมื่อน้องอยากเรียนรู้อะไรสักอย่างหนึ่ง เช่น อยากสอบคณิตศาสตร์เรื่องความน่าจะเป็นให้ได้ 80+ คะแนน น้องจะเริ่มจากการอ่านหนังสือหรือสมัครเรียนสักคอร์ส

2. เมื่ออ่านหรือเรียนจบแล้ว ถึงเวลาลงมือทำโจทย์ น้องกลับรู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อม

3. น้องกลับไปทำข้อ 1 ใหม่อีกครั้ง วนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็ไม่ได้ทำโจทย์สักที

    วังวนของการอ่านหนังสือ

    เช็คเลยครับว่ามีอาการแบบนี้หรือไม่ ถ้ามี แสดงว่าน้องกำลังใช้หนังสือหรือคอร์สเรียนเป็นข้ออ้างในการผัดวันประกันพรุ่งอยู่

    ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?

    เพราะสมองเราชอบเส้นทางที่ง่าย และสบายที่สุดเพื่อประหยัดพลังงาน การอ่านหนังสือ การเรียนพิเศษ การจัดตารางเวลา การทำ to-do list มันเป็นการหลอกสมองรูปแบบหนึ่งว่า “ฉันกำลังตั้งใจนะ”, “ฉันกำลังโปรดักทีฟนะ” สมองจึงให้รางวัลเราเป็นโดพามีน ทั้งที่จริงแล้วเรายังไม่ได้เริ่มจับปากกา ลงมือขีดเขียน และนำความรู้ที่มีไปใช้ทำข้อสอบจริง ๆ เลยสักนาทีเดียว มันเหมือนกับน้องกำลังสร้างวิมานในอากาศ แต่ไม่เคยลุกขึ้นมาก่ออิฐในชีวิตจริง

    domino

    นอกจากนี้ การผัดวันประกันพรุ่งอาจเกิดจากโรคยืดติดความสมบูรณ์แบบ สมัยอยู่ค่ายสอวน. มีช่วงหนึ่งที่พี่อ่านหนังสือฟิสิกส์เรื่องเดิม ๆ วนซ้ำไปเรื่อย ๆ พอเริ่มทำโจทย์ได้สักข้อนึงก็พบว่าโจทย์ยากเกินไป ตัวเองยังทำไม่ได้ ยังไม่พร้อม ความรู้ยังไม่พอ ก็เลยกลับไปอ่านหนังสือใหม่

    …ผิดหมดครับ ข้อสอบปลายค่ายสอวน. ยากจริง

    แต่ที่ทำไม่ได้ไม่ใช่เพราะอ่านไม่พอ มันเป็นเพราะเรายังทำโจทย์ไม่มากพอต่างหาก

    ตอนนั้นพี่ติดกับดักความเป็น perfectionist ทั้งกลัวความล้มเหลว และไม่ชอบความรู้สึกตอนทำโจทย์ไม่ได้ เลยต้องหนีกลับไปซบไหล่หนังสือ เพราะการอ่านหนังสือเป็นการรับข้อมูลเข้าทางเดียว ไม่มี feedback ไม่มีความล้มเหลว ทุกอย่างเรียบง่ายและสมบูรณ์แบบ

    ดังนั้น ก่อนจะหาความรู้เรื่องใหม่ ๆ ยัดเข้าสมองเพื่อเลี่ยงการทำโจทย์กลศาสตร์ ให้ถามตัวเองก่อนว่า

    มีเรื่องไหนที่เรารู้อยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้ลงมือทำหรือไม่?

    กฎของนิวตันที่ครูเพิ่งสอน ได้หยิบมาทำโจทย์สักข้อหรือยัง?

    กฎของ Kirchhoff ที่ดูซับซ้อน เคยนำไปแก้วงจรจริง ๆ หรือเปล่า?

    เลิกหลอกตัวเองว่ากำลังโปรดักทีฟแล้วเผชิญหน้ากับความล้มเหลวซะที เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่ช่วยให้น้องหลุดออกจากวังวนนี้ได้

    อย่าหยุดทำโจทย์